



“พี่เชื่อมั้ยตอนที่หนูท้องนอกจากจะไม่ดูแลเรา เขายังมาขอเงินหญิงใช้ ค่าเสื้อผ้า ไปเที่ยวทุกคืน ไปเที่ยวดึกๆตีสองตีสามตีห้า ใช้ให้เราออกไปซื้อของให้กลางดึกคนท้องอ่ะพี่ คิดดูเขายังไม่สนใจ เขาก็บอกว่าเห็นมั้ยละบอกให้ไปทำแท้งมีลูกก็ลำบากแบบนี้แหละ แล้วตอนที่คลอดน้องออกมาเขาไม่เคยสนใยดี ทำเหมือนว่าไม่ใช่ลูกเขา ครั้งหนึ่งหนูเข้าไปอาบน้ำได้ยินเสียงลูกร้องไห้ เลยตะโกนบอกแฟนให้ดูลูกหน่อยแต่เขาไม่สนใจ ลูกนอนร้องไห้อยู่ใกล้ๆตีนเขานั่นแหละ เขาเหมือนทำไม่สนใส่หูฟัง พอออกมาหนูถามว่าทำไมไม่สนใจลูกเลย เกิดลูกนอนหัวขมำหายใจไม่ออกตายขึ้นมาจะทำยังไง พี่เชื่อมั้ย ว่าเขาบอกหนูว่ายังไง เขาบอกว่าดูหนังอยู่!! แค่นี้ แล้วทำเป็นไม่สนใจ เขาก็ไม่ใช่เด็กๆนะอายุก็เยอะแล้ว แต่ยังคิดไม่ได้ ยังชอบเที่ยวกลางคืน เจ้าชู้ ชอบเช็คเรตติ้ง ชอบเที่ยวสบายไปวันๆ”
“แล้ววันที่หนูออกมาจากบ้านเขา หนูไม่มีอะไรติดตัวมาเลยนะค่ะ มีแค่ผ้าอ้อมแพมเพิร์สลูกมาผืนเดียว เงินก็ไม่มีเพราะเขาไม่ให้ บอกให้เราไปเหมือนหมูเหมือนหมา เราเป็นคนนะเรามีลูกนะทำแบบนี้มันใจดำเกินไป แต่หนูก็คิดว่าถ้าขืนอยู่ต่อไปสภาพจิตใจเราและลูกทุกข์ทรมานแน่ๆ ขอไปตายเอาดาบหน้า ตอนแรกหนูจิตตกมาก เพราะระหว่างท้องไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงินทุนทำอะไร ไม่อยากไปกู้ยืมเงินเขามา หนูเลยเอารถหนูไปค้ำประกันได้เงินมาแสนหนึ่ง แล้วมาเริ่มลองทำสินค้าแบรนด์ตัวเอง แล้วลองโพสขายของออนไลน์ในเฟสบุคในอินเตอร์เน็ตบ้าง ตอนแรกที่หนูเริ่มทำธุรกิจทุกคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก ก็จะเบ๊ะปากเบ๊ะหน้าใส่ทุกครั้งเวลาที่หญิงบอกว่า เราขายของออนไลน์ หนูเคยทำงานประจำจบมาอย่างที่บอก ทำวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่ 9โมงเช้าถึง 3-4 ทุ่มไม่คุ้มเลย ไม่อยากทำอีกแล้วงานประจำ เพราะรู้ตัวเราว่าเป็นคนขยัน หาอะไรทำของเราเองดีกว่า ทุกวันนี้ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร มีแต่เป็นนายตัวเอง อยากทำงานเวลาไหนก็ได้ อยากทำตอนไหนก็ได้อยากตื่นนอนตอนไหนก็ได้ แรงบันดาลใจของหญิงคือลูก จริงๆต้องขอบคุณจุดเปลี่ยนวันนั้นที่หญิงตัดสินใจออกมาจากบ้านทำให้เป็นจุดผลักดัน พอหนูทำสินค้าของตัวเองออกมาขายออนไลน์ลูกค้าเริ่มติดรายได้เข้ามา ทุกวันนี้มีรายได้วัน 2-3 แสน 7 วันก็ได้เงินเป็นล้านสองล้าน ทุกอย่างไม่มีใครชี้นำหรือนำทาง มันเกิดจากที่เรากล้าลงทุน กล้าเสี่ยง และศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ดูพฤติกรรมของผู้บริโภค ดูความต้องการของตลาด ออกไปพูดคุยกับแม่ค้าและศึกษาสินค้าในประเภทที่เราจัดจำหน่าย จึงทำให้ซิงเกิ้ลมันอย่างหนู มีชีวิตที่พลิกได้ขนาดนี้”
“จริงๆอยากจะบอกกับคุณแม่ทุกคนที่รู้สึกว่าชีวิตครอบครัวมันไม่ใช่ ทนอยู่ไปเพื่อผู้ชายให้มีครอบครัวที่ครบ อย่าดีกว่าค่ะ หญิงออกมาเป็นซิงเกิ้ลมัมก็มีความสุขดีกว่าอยู่บ้านที่สภาพแวดล้อมไม่ดี มันก็ไม่มีความสุข ยิ่งแม่ไม่มีความสุขลูกรับรู้ได้ สำหรับหญิง เองการออกมาเริ่มต้นทำงานใหม่ไม่อยากให้มองว่าลูกเป็นภาระ อยากมองว่าลูกเป็นแรงผลักดันเป็นสิ่งที่ดีกว่า หญิงไม่เคยมองลูกเป็นภาระ บางคนอาจคิดลูกเป็นภาระหรือไปทำแท้ง แต่หญิงไม่คิดแบบนั้น คิดอยู่อย่างเดียวว่าถ้าเราเลี้ยงดูเขาดี เราก็จะได้สิ่งดีๆกลับคืนมา”
“หญิงไม่อายนะที่แยกทางกับสามีมา ไม่ได้อยู่กันเป็นครอบครัวที่ครบพ่อแม่ลูก อาจจะมีคนนินทาบ้าง ยอมรับว่าตอนแรกจิตตกมาก ไม่อยากจะพูดไม่อยากตอบสังคม แต่ตอนนี้พร้อมแล้วพร้อมลุกขึ้นยืนพร้อมตอบคำถาม ชีวิตเราเปลี่ยนได้ไม่ต้องง้อไม่ต้องพึ่งผู้ชาย ไม่ว่าคนจะมองเรายังไงมันก็แค่ภายนอกเปลือกนอก แต่หนูยึดในหลักธรรมคุณความดี ไม่ได้หวังร้ายกับใคร อย่าเอาความคิดของอื่นมาทำลายความพยายามและแรงผลักดันของเรา หญิงอยากให้ซิงเกิ้ลมัมหลายคนที่ยังวนอยู่แต่ในความคิดเดิมๆจมอยู่กับอดีต เอาตัวเองออกมาค่ะ แล้วมองลูกเป็นแรงผลักดันตัวเอง ออกมาจากจุดนั้นให้ได้ เหมือน หญิง ซึ่งในวันนี้ทำทุกอย่างสู้มาทุกอย่างก็เพื่ออนาคตของลูก”
ที่มา: http://www.patjaa.com